Business continuity plan

แผนความต่อเนื่อง หรือ ต่อไปนี้เรียกว่า Business Continuity Plan (BCP)
          จัดทำขึ้นเพื่อให้สำนักราชเลขาธิการ สามารถนำไปใช้ในการตอบสนองและปฏิบัติงานในสภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทั้งที่เกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร โดยไม่ให้สภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวส่งผลให้หน่วยงานต้องหยุดการดำเนินงาน หรือไม่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องทั้งนี้หากหน่วยงานไม่มีกระบวนการรองรับให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อหน่วยงานในด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจการเงิน การให้บริการสังคมชุมชน สิ่งแวดล้อมตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรภายในองค์การรวมถึงประชาชน ผู้รับบริการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นการจัดทำแผนความต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สำนักราชเลขาธิการ สามารถรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด และทำให้กระบวนการที่สำคัญสามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างปกติหรือตามระดับการให้บริการที่กำหนดไว้ซึ่งจะช่วยให้สามารถลดระดับความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อหน่วยงานท่ามกลางการเกิดสภาวะวิกฤต

วัตถุประสงค์ (Objectives)

          ๑. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารความต่อเนื่องของของสำนักราชเลขาธิการ

          ๒. เพื่อให้หน่วยงานมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการรับมือกับสภาวะ
วิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่เกิดขึ้น

          ๓. เพื่อลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดำเนินงานหรือการให้บริการ
ของสำนักราชเลขาธิการ

          ๔. เพื่อบรรเทาความเสียหายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้และลดระดับความรุน
แรงของผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสำนักราชเลขาธิการ

          ๕. เพื่อให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้
เสีย (Stakeholders) มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของสำนักราชเลขาธิการแม้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงและส่งผลกระทบจนทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงัก

สมมติฐานของแผนความต่อเนื่อง (BCP Assumptions)

          • เหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญต่างๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ
สถานที่ปฏิบัติงานสำรองที่ได้มีการจัดเตรียมไว้

          • หน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศรับผิดชอบในการสำรองระบบสารสนเทศต่าง ๆ โดยระบบสารสนเทศสำรองมิได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฉุกเฉินเหมือนกับระบบสารสนเทศหลัก

          •  “บุคลากร” ที่ถูกระบุในเอกสารฉบับนี้ หมายถึง ข้าราชการ ลูกจ้าง
พนักงานราชการและพนักงานทั้งหมดของสำนักราชเลขาธิการ

ขอบเขตของแผนความต่อเนื่อง (Scope of BCP) แผนความต่อเนื่อง (BCP) นี้รองรับสถานการณ์ กรณีเกิดสภาวะวิกฤต หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่สำนักงานของหน่วยงาน หรือภายในหน่วยงานด้วยเหตุการณ์ต่อไปนี้

          • อุทกภัย

          • อัคคีภัย

          • ชุมนุมประท้วง / การก่อการร้าย

          • เครือข่าย / ระบบคอมพิวเตอร์ถูกคุกคาม

การวิเคราะห์ทรัพยากรที่สำคัญ สภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินมีหลายรูปแบบ ดังนั้น เพื่อให้สำนักราชเลขาธิการสามารถบริหารจัดการดำเนินงานขององค์กรให้มีความต่อเนื่องการจัดหาทรัพยากรที่สำคัญจึงเป็นสิ่งจำเป็นและต้องระบุไว้ในแผนความต่อเนื่องซึ่งการเตรียมการทางด้านทรัพยากรที่สำคัญจะพิจารณาจากผลกระทบใน ๕ ด้าน ดังนี้

          ๑. ผลกระทบด้านอาคาร / สถานที่ปฏิบัติงานหลัก หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้สถานที่ปฏิบัติงานหลักของหน่วยงานได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถใช้สถานที่ปฏิบัติงานได้ และส่งผลให้บุคลากรไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้เป็นระยะชั่วคราวหรือระยะยาว

          ๒. ผลกระทบด้านวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ / การจัดหาจัดส่งอุปกรณ์ที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถใช้งานวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ หรือ ไม่สามารถจัดหา /จัดส่งวัสดุอุปกรณ์ ที่สำคัญได้หรือมีวัสดุอุปกรณ์แต่ไม่สามารถใช้ในการปฏิบัติงานได้ตามปกติ

          ๓. ผลกระทบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลที่สำคัญ หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ ระบบงานเทคโนโลยี หรือระบบสารสนเทศ หรือข้อมูลที่สำคัญไม่สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติงานได้ตามปกติ

          ๔. ผลกระทบด้านบุคลากรหลัก หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บุคลากรหลักไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติหรือเป็นเหตุขัดข้องที่ทำให้การมาปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความยากลำบาก

          ๕. ผลกระทบด้านคู่ค้า / ผู้ให้บริการที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คู่ค้า / ผู้ให้บริการ / ผู้มีส่วนได้เสียหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถติดต่อหรือให้บริการหรือส่งมอบงานได้

          แผนความต่อเนื่อง (BCP) นี้ไม่รองรับการปฏิบัติงานในกรณีที่เหตุขัดข้องเกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติและเหตุขัดข้องดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบในระดับสูงต่อการดำเนินงานและการให้บริการของหน่วยงานเนื่องจากหน่วยงานยังสามารถจัดการหรือปรับปรุงแก้ไขสถานการณ์ได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมโดยผู้บริหารหน่วยงานหรือผู้บริหารของแต่ละ กอง/สำนัก/ศูนย์/สถาบัน /กลุ่ม สามารถรับผิดชอบและดำเนินการได้ด้วยตนเอง

เหตุการณ์สภาวะวิกฤต ผลกระทบ
ด้านอาคาร/สถานที่ปฏิบติงานหลัก ด้านวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญการจัดหาจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลที่สำคัญ ด้านบุคลากรหลัก ผู้ให้บริหาร/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
๑.อุทกภัย
๒.อักคีภัย
๓.ใชุมนุมประท้วง/การก่อการร้าย
๔.เครือข่าย/ระบบคอมพิวเตอร์ถูกคุกคาม